Sunny Burns
That's My Opinion
Cabin Crew Interviews
Tuesday, October 31 | Explore
การที่จะเป็นแอร์โฮสเตทก็เหมือนกับการฝึกที่จะไปแข่งในโอลิมปิค การสัมภาษณ์ก็เหมือนกับการตอบคำถาม Miss Universe Thailand และเป็นการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ทำงานในบริษัทต่างชาติเช่นเดียวกัน ผมเจอผู้หญิงหลายๆคนที่อยากเป็นแอร์โฮทสเตท แต่ส่วนมากก็ล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นเพราะ รูปร่าง ส่วนสูง ภาษา ไม่มีความมั่นใจ ไม่มีประสบการณ์ และยอมแพ้หลังจากไม่สัมภาษณ์เพียงไม่กี่ครั้ง

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายๆคนถึงไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน


รูปร่าง:
 
ความโชคร้ายหน่อยของการจะเป็นแอร์โฮสเตทคือ คุณต้องมีรูปร่างที่ดี บางสายการบินไม่ได้สนใจกับภาษาเท่าไหร่นัก แต่ให้ความสำคัญกับรูปร่างเป็นพิเศษ ผมมีนักเรียนอยู่คนนึงภาษาของเธอนั้นไม่ค่อยดีนัก แต่รูปร่างน่าตาสวยเหมือนดารา เธอสามารถได้งานหลังจากเรียนกับผมไปแค่เดือนเดียว คุณต้องมีฟันที่สวย ผิวพรรณดี ถ้าคุณมีผิวเสียอาจเป็นปัญหาต่อการเป็นแอร์ ต้องทำการเลเซอร์ และต้องมีความสามารถในการแต่งหน้า ผมเจอบางคนมีปัญหารอยสิวบนผิวหน้าแต่แต่งหน้าเก่งเค้าก็สามารถผ่านการสัมภาษณ์ได้
 

ส่วนสูงในความเห็นของผมคือปัญหาอันดับ 1 ที่ทำให้คุณไม่ได้รับการติดต่อเพื่อสัมภาษณ์งานกับสายการบิน ในหลายๆสายการบินผู้สมัครควรมีส่วนสูงอย่างน้อย 158cm แต่นักเรียนหลายๆคนของผมที่สอบผ่านพวกเธอสูงกว่า 162cm ทั้งนั้น ดังนั้นน่าจะเป็นส่วนสูงมาตรฐาน หากคุณอยากเป็นแอร์แต่คุณเตี้ยกว่า 162cm คุณต้อง  “work your ass off” เพื่อให้คุณโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจต่อสายการบินที่อนุญาตให้คนที่สูงตั้งแต่ 158cm สมัครได้


และอีกอย่างที่สำคัญคือบุคลิกภาพและสัดส่วน ผู้หญิงหลายคนที่เป็นแอร์มักจะออกกำลังกายทุกวัน กินคลีน และฝึกว่ายน้ำ ผู้หญิงหลายๆคนไม่ผ่านเพราะว่ายน้ำไม่เป็น คุณต้องมี lifestyle ที่เหมือนกับนางแบบหากคุณอยากเป็นแอร์โฮสเตท
 
 
เก่งภาษา:

หลายๆคนอาจคิดว่าการมีคะแนน TOEIC มากกว่า 600 ถือว่าดีพอแล้ว บางสายการบินอย่าง Qatar หรือ Emirates ไม่ได้ require คะแนน TOEIC แต่เค้ามีข้อสอบภาษาอังกฤษของเค้าเองซึ่งยากกว่าการสอบ TOEIC เสียอีก ผมมักจะแนะนำให้นักเรียนของผมพยายามสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนมากกว่า 750 มิฉะนั้นคุณอาจจะไม่ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษ


จงจำไว้ว่า: คุณต้องสู้กับผู้หญิงคนอื่นที่สามารถพูดได้ 3 ถึง 5 ภาษา จบจากโรงเรียนนานาชาติ หรืออาศัยอยู่ต่างประเทศมาก่อน อย่าขี้เกียจกับเรียนภาษาอังกฤษ เพียงเพราะคุณคิดว่าคุณมีคะแนน TOEIC ที่ดี นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้งาน คะแนน TOEIC ไม่ได้สะท้อนถึงทักษะการพูดของคุณ คุณต้องเรียนภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงการพยายามเรียนภาษาที่สามเช่นจีน ญี่ปุ่น หรืออาหรับ และอย่าลืมตรวจสอบว่าครูของคุณเป็นเจ้าของภาษาหรือเปล่า


นักเรียนคนเก่งของผมเธอยังคงเรียนภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เธอได้งานที่สายการบินแล้ว ถ้าคุณยุ่งเกินไปที่จะเรียนภาษาอังกฤษ คุณก็คงจะต้องยุ่งต่อการเป็นแอร์ด้วย คุณจะล้มเหลวไปในที่สุด
 

การพูดในที่สาธารณะ ( Public Speaking )

หลังจากที่คุณผ่านข้อกำหนดส่วนสูง และ ผ่านรอบ prescreening แล้ว ผู้หญิงหลายคนจะไม่ผ่านในรอบนี้ เหตุผลหลักคือการตอบคำถามของพวกเขานั้น น่าเบื่อ, ไม่มั่นใจ และ ไม่นอกกรอบ การเป็นแอร์ไม่เหมือนกันกับการเป็นมิสยูนิเวิร์สที่ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าคุณเป็นคนดี สำหรับงานของคุณ คำตอบของคุณต้องสอดคล้องกับความต้องการของสายการบินแสดงให้เห็นว่าคุณมีความมั่นใจ และภาษาอังกฤษของคุณดีแค่ไหน แสดงให้เค้าเห็นว่าคุณสามารถทำงานได้ดีในทีม ผู้หญิงบางคนใช้เวลาหลายเดือนเพื่อเรียนศิลปะการพูดในที่สาธารณะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าคุณไม่มีโอกาสพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันหรืออาศัยอยู่ต่างประเทศก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องที่ยากมากกับคุณ ผมพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาอังกฤษแบบ private ตัวต่อตัว มักจะเป็นคนขี้อายมาก การทดสอบนี้เป็นการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณรู้วิธีการพูดภาษาอังกฤษ และทดสอบความมั่นใจ
 

TIP:  คุณต้องมองทุกคนในกลุ่มของคุณว่าทุกคนคือคู่แข่ง โดยปกติแล้ว ในกลุ่มๆนึงจะมีคนถูกเลือกแค่ 1-2 คนจาก 6-10 คนต่อกลุ่ม ในกลุ่มของคุณ คุณต้องทำตัวให้โดดเด่นที่สุด ถ้าคุณไม่โดดเด่น คนอื่นอาจจะโดดเด่นมากกว่าคุณและได้งานนี้ไป


ประสบการณ์

ท้ายที่สุดแล้วการเป็นพนักงานตอนรับบนสายการบินหรือที่เราเรียกกันว่าแอร์ ก็เหมือนกับการเป็นพนักงานเสิร์ฟบนเครื่องบิน ผมพบว่านักเรียนที่มีประสบการณ์การทำงานในโรงแรมหรือประสบการณ์ด้านการเป็นพนักงานต้อนรับมาก่อน ทำให้เค้าสามารถผ่านขั้นตอนการคัดกรองและหางานได้ง่ายขึ้น สายการบินนานาชาติไม่สนใจว่าคุณจบจากมหาวิทยาลัยจุฬาฯ หรือจากที่ไหน ไม่ได้สนใจว่าคุณจบบัญชีจากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด หรือจบวิศวะจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพราะงานต้อนรับบนสายการบินไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย หลายๆคนที่ผมรู้จักได้งานนี้เพราะเคยทำงานลักษณะนี้มาก่อน

 
หากคุณไม่มีประสบการณ์อะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับการเป็นแอร์เลย คุณจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณนั้นดูโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น resume , รูปภาพสมัครงานของคุณ รวมไปถึงความสามารถต่างๆ บางครั้งคุณต่อสู้กับคนอื่นๆ กว่า 6000 คนในการสัมภาษณ์เป็นแอร์ มีหลายคนที่อยากเป็นแอร์แต่ปัญหาของพวกเค้าคือความขี้เกียจ ไม่ได้พยายามอยากหนัก ไม่มีความมั่นใจ หรือยอมแพ้หลังจากล้มเหลวไม่กี่ครั้ง มีคนที่เค้าพยายามมากกว่าคุณอีกเยอะ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เป็นแอร์ แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวเองและพยายามอย่างหนักก็จะประสบความสำเร็จ

และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือต้องเริ่มต้นศึกษาและสมัครงานกับสายการบินให้เร็วที่สุดก่อนที่คุณจะแก่เกินไป เด็กหลายคนฝันถึงการเป็นแอร์ แต่ไม่พยามพอ คุณอาจจะคิดว่าค่อยเริ่มเดือนหน้า อย่าผลัดไปจะเรื่อยๆจนรู้ตัวอีกทีก็แก่เกินไปแล้ว


นี่เป็นเกร็ดความรู้นิดๆที่ช่วยให้คุณดูโดดเด่น
 
1. มีประสบการณ์นานาชาติ : ไม่ว่าจะทำงานในบริษัทต่างชาติ, เรียนอินเตอร์โปรแกรม, work and travel ในต่างประเทศ, เคยทำงาน Au Pair มาก่อนจะช่วยให้คุณดูน่าสนใจกว่าบางคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อน
 
2. มีความมั่นใจ : เป็นตัวของตัวเอง ให้แน่ใจว่าเวลาที่คุณพูดพยายามอย่าพูดเสียงเหมือนแอพแปลภาษา หรือพูดตามสคริปที่คุณจดมา
 
3. ไปสัมภาษณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลายๆคนพูดว่ายังไม่พร้อม การเป็นแอร์โฮสเตทก็เหมือนกับการเป็นนางแบบ เป็นดารา ยิ่งไปแคสติ้ง ไป ออดิชั่นมากเท่าไหร่ คุณยิ่งจะมีความมั่นใจและทำได้ดีขึ้น

4. ยิ้มออกมาผ่านสายตา อย่ายิ้มเยอะจนเกินไปเหมือนประกวดนางงาม อาจทำให้คุณดูเฟคก็ได้
 
5. พูดภาษาอังกฤษ : ในวันสัมภาษณ์นั้นพยายามพูดภาษาอังกฤษกับผู้สมัครคนอื่น บางคนพูดภาษาไทยจนชิน พอเวลาสัมภาษณ์จริง สมองจะคิดเป็นภาษาไทย และทำให้เค้านึกคำภาษาอังกฤษไม่ออก

6. สมัครสายการบินต่างประเทศ อย่าจำกัดตัวเองแค่สายการบินในประเทศไทย ถ้าคุณสมัครงายกับสายการบินต่างประเทศ ต้องมีความพร้อม100% ผมเห็นหลายๆคนบินไปสัมภาษณ์เป็นแอร์ในต่างประเทศ แต่ยังไม่พร้อมทำให้ทั้งเสียเวลาและเสียเงิน


ที่สำคัญอย่าซีเรียสจนเกินไปกับการสัมภาษณ์ มีบางสิ่งที่สำคัญกับชีวิตมากกว่าการเป็นแอร์ ยังมีอีกหลายๆอย่างว่าทำไมบางคนถึงสำเร็จ และบางคนทำไมถึงไม่สำเร็จ หากคุณอยากเป็นแอร์ คุณต้องให้ความสำคัญและพยายามอย่างหนัก จำไว้ว่าอาชีพนี้นั้นไม่ง่าย และถ้าหากคุณได้งานนี้คุณต้องเซ็นสัญญา 3 ปี และต้องจ่ายแพงมากหากคุณอยากลาออก อย่าลืมคิดว่าจริงๆแล้วคุณเหมาะกับงานนี้จริงมั้ย สู้ๆ
Share this